ข้อดีของผ้าม่านกันแสงมีอะไรบ้าง

ผ้าม่านนั้นมีอยู่ด้วยกันทั้งหมดหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็น ผ้าม่านม้วน ผ้าม่านพับ ผ้าม่านจีบ ซึ่งผ้าม่านแต่ละแบบก็จะนำมาใช้งานในวัตถุประสงค์ที่ต่างกัน เนื้อผ้าที่ใช้ก็ต่างกัน ในเรื่องของความโปร่งแสง ความทึบแสงก็จะมีความแตกต่างกันออกไป รวมไปถึงเรื่องของการดีไซน์ก็จะมีผลต่ออารมณ์ความรู้สึกของผู้เป็นเจ้าของ และยังมีรายละเอียดยิบย่อยอื่น ๆ อีกมากมาย ดังนั้นก่อนที่จะทำการติดผ้าม่านก็ควรที่จะศึกษา เทคนิคสำหรับการเลือกผ้าม่านในแต่ละห้องก่อน เพื่อที่จะได้ผ้าม่านต้องการกับใช้งานของเราหรือใช้เป็นตัวช่วยในการประกอบการตัดสินใจนั่นเอง

และในวันนี้เราจะนำทุกท่านมารู้จักกับผ้าม่านชนิดหนึ่งที่เหมาะกับอากาศที่ร้อนและมีแดดจัดแบบบ้านเรานั่นเองครับ นั่นก็คือ “ผ้าม่านกันแสง UV “ นั่นเอง และเจ้าผ้าม่านกันแสงนี้จะมีความแตกต่างอะไรกับผ้าม่านแบบปกติบ้าง

ถ้าหากว่าจะให้พูดกันตามจริงแล้ว ผ้าม่านทุกชนิดจะสามารถกันแสงได้เหมือนกันหมด แต่ว่าก็จะมีระดับในการยอมให้แสงสามารถทะลุผ่านได้มากน้อยแค่ไหน แม้แต่ผ้าม่านที่โปร่งแสงก็ยังสามารถกันแสงได้ แต่ก็สามารถกันได้ในระดับที่น้อยมาก เมื่อเทียบกับผ้าม่านที่ออกแบบมาให้สามารถกันแสงได้โดยเฉพาะ ที่สามารถที่จะกันแสงได้ 80 – 90 เปอร์เซ็น และสามารถที่จะกันได้เพิ่มขึ้นอีกถ้าผ้ามีสีเข้ม ลักษณะของผ้ากันแสงจะมีผ้าสีดำสอดเอาไว้ดานใน หรือที่หลาย ๆคนเรียกกันว่า “DIM OUT” นั่นเองครับ

และสำหรับข้อดีของผ้าม่านกันแสงนั้นจะสามารถแยกเป็นข้อดีหลัก ๆ ได้ 2 ข้อ ดังนี้ครับ

  1. ประหยัดค่าไฟ

หลาย ๆ คนอาจจะสงสัยว่าแค่ติดผ้าม่านกันแสงจะสามารถประหยัดค่าไฟฟ้าได้อย่างไร ซึ่งต้องบอกไว้เลยว่าผ้าม่านกันแสงสามารถที่จะช่วยให้คุณประหยัดค่าไฟฟ้าได้จริง เพราะว่าเมื่อแสงสามารถที่จะผ่านเข้าห้องได้ยากขึ้นก็จะไม่ทำให้ห้องของเราร้อนอบอ้าว เหมือนเวลาที่เราติดผ้าม่านแบบธรรมดา เมื่อมีแสงส่องเข้ามาในห้องนาน ๆ ก็จะสะสมเป็นไอความร้อนที่จะทำให้ห้องของเราร้อนมาก แต่เมื่อใช้ผ้าม่านกันแสงจะทำให้สามารถสะท้อนความร้อนได้ แอร์ก็จะไม่ต้องทำงานหนักนั่นเองครับ

  1. ทำให้ห้องนอนเหมาะสำหรับการนอนมากขึ้น

ซึ่งถ้าหากว่าเราติดผ้าม่านแบบปกตินั้นแสงจะสามารถลอดเข้ามาได้มากกว่าผ้าม่านกันแสง ทำให้เกิดมีแสงรบกวนเวลาที่เรานอนได้ โดยผ้าม่านแบบธรรมดานั้นจะมีความสว่างมากกว่า เมื่อเทียบกับผ้าม่านแบบกันแสงนั่นเอง